ตลาดซื้อขายนักเตะ เรื่องโจ๊กที่ไม่จำในวงการลูกหนัง

หลายคนติดตามข่าวความเคลื่อนไหวใน ตลาดซื้อขายนักเตะ ซึ่งมองกันว่าเป็นปัจจัยในการวางตัวนักเตะและการวางแผนกลยุทธ์การเล่น มีผลสำคัญต่อการแข่งขันในแต่ละฤดูกาล แต่ทุกวันนี้การจับตาดูนักเตะอย่างเดียวไม่พอแล้ว การแข่งขันบอลลีกสำคัญ ๆ หลายทีมมีตัวเก่งแต่ฟอร์มตกอย่างต่อเนื่อง เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันว่า ไม่ช้านี้คงมีการพูดถึงตลาดซื้อขายผู้จัดการทีมกันอย่างจริงจังมากขึ้น เรื่องนี้มีที่มาอย่างไรมาดูกัน

คำว่าตลาดซื้อขายผู้จัดการทีม หลุดจากปากของ “แซม อัลลาร์ไดซ์” อดีตนักฟุตบอลและผู้จัดการทีมชาวอังกฤษที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน ทั้งการเป็นกุนซือให้ทีมเอฟเวอร์ตัน ในปี 2017-2018 ก่อนหน้านั้นคุมทีมคริสตัลพาเลซ ระหว่างปี 2016-2017 ย้อนหลังไปอีกเคยเป็นผู้จัดการทีมนิวคาสเซิลยูไนเต็ด ตามด้วยสโมสรแบล็กเบิร์นโรเวอส์ ส่วนทีมเวสต์แฮมยูไนเต็ดอยู่นานสุด 5 ปี ตามด้วยทีมซันเดอร์แลนด์ โดยมากก็อยู่คุมทีมเพียง 2 ปีเท่านั้น เรียกได้ว่าถ้าเปรียบกับ ตลาดซื้อขายนักเตะ ที่นักเตะบางคนค้าแข้งมาหลายสโมสร อยู่กันไม่เกิน 2-3ปี อัลลาร์ไดซ์ น่าจะเป็นผู้จัดการทีมที่ย้ายสโมสรบ่อยที่สุดคนหนึ่งและเขามีความคิดว่าส่วนตัวของผู้จัดการทีมน่าจะมีการซื้อขายหรือยืมตัวได้เหมือนกับระบบตลาดนักเตะ หลังจากนั้นบรรดาแฟนบอลอังกฤษพากันวิจารณ์กระหึ่มโลกโซเชียลมีเดีย มีทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ส่วนหนึ่งเห็นว่าการเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมบ่อยจะเกิดผลเสียมากกว่า เพราะจะทำให้ตัวนักเตะเกิดความสับสนและมีผลต่อการแข่งขันอย่างแน่นอน

ผู้จัดการทีมคือหัวใจสำคัญ

การดึงผู้จัดการเข้ามาควบคุมทีมไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผู้จัดการคือหัวใจสำคัญของทีม แต่ลองนึกในแง่ที่ทีมไปแข่งบอลแล้วมีแต่แพ้ตลอด ฟอร์มตกลงเรื่อย ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับคนก่อนหน้าที่คุมทีมดีมาก แล้วแฟนบอลจะรู้สึกอย่างไรที่จะสโมสรโปรดตกชั้นแล้วไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมเพื่อรับผิดชอบแต่อย่างใดเลย ทางสโมสรจะยังทนให้ทีมจมปลักและไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นตัวไปอย่างนี้เรื่อย ๆ หรือไม่ แต่นอนว่า ตลาดซื้อขายนักเตะ ยังเปิดเสรีให้สโมสรซื้อตัวคนเก่ง ๆ เข้ามาเสริมทัพได้อยู่เสมอ ต้องยอมรับตรง ๆ ว่าการเสริมคนใหม่เข้ามาไม่ค่อยทันเวลา การปรับตัวทำให้ทีมไม่ผสานเป็นหนึ่งเดียวกัน ปัญหายิ่งบานปลายเมื่อผู้จัดการทีมยังคงวางแผนการเล่นแบบเดิมอีก การปรับตัวของนักเตะที่เปิดรับคนใหม่อาจทำได้เร็ว แต่ฟอร์มทีมโดยรวมที่ตกต่ำนั้นฟื้นตัวได้ยากอย่างที่รู้ ๆ กันอยู่

การก้าวไปอยู่จุดสูงสุดนั้นกล่าวกันว่าทำได้ยากแล้ว การดิ้นรนให้รอดพ้นตกชั้นอาจยากกว่า ประเด็นตลาดซื้อขายผู้จัดการทีมอาจเป็นเรื่องโจ๊กที่ไม่ขำแต่อย่างใด งานบริหารเป็นส่วนสำคัญเพื่อที่จะปรับปรุงทีมให้แกร่งขึ้นต้องมีหัวเรือใหญ่ที่มีวิสัยทัศน์ยืดหยุ่น สิ่งใดไม่เหมาะสมควรปรับเปลี่ยนความคิดอย่างปราศจากอคติ ถ้าทำไม่ได้แล้ว ควรต้องมีคนใหม่เข้ามาทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น

ผู้จัดการทีมคือหัวใจสำคัญ